“สะพานกลาย” ที่ยาวที่สุดในนครศรีฯ เปิดประวัติ”ทวดกลาย”

สะพานกลาย หรือ สะพานคลองกลาย

คือ สะพานคอนกรีต ที่ยาวที่สุดของ จังหวัดนครศรีธรรมราช กับเรื่องราวของ ท่านกลาย หรือ ทวดกลาย หรือ พ่อท่านกลาย ณ อำเภอท่าศาลา
จ.นครศรีธรรมราช

” ทวดกลาย บนความศรัทธาและความเชื่อ ”
หากขับรถผ่านไปทางสิชลก่อนข้ามสะพาน กลาย ทางด้านซ้ายมือ คงเห็น “ศาลทวดกลาย” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของพี่น้องแถบนี้ ความศรัทธาในการบนบาน บอกกล่าว เห็นได้จากเสียงบีบแตรรถ ไก่ชน เสียงปะทัด และการทรงเจ้าเข้าทรงในทุกๆปี

 

รวมไปถึงความเชื่อที่ว่า “คนสองฝั่งคลองไม่กล้าทำความสกปรกลงในคลองสายนี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหมู เพราะเชื่อว่า ทวดกลายเป็นมุสลิม” วันดีคืนดีที่ผ่านมา ทวดกลายจะปรากฏให้เห็น ในรูปของจระเข้ตัวใหญ่ เพื่อย้ำเตือนสติลูกหลานให้มุ่งคิดดี ทำดี อย่าทำลายทรัพยากร สายน้ำกลายจึงมีเรื่องเล่า ตำนานทวดกลายอยู่มากโข
เชื่อกันว่าทวดกลาย คือ ลูกหลานสามสี่พีน้องที่คุ้มครองเมืองนคร และในสมัยนั้นเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองประเทศราชของอยุธยา เมืองไทรบุรีก็เป็นเมืองขึ้นของอยุธยาด้วย ตามจารีตประเพณีของอยุธยา จะนำเอาลูกเจ้าเมืองทั้งหมดของแต่ละหัวเมืองที่เป็นเมืองขึ้นไปอยู่ที่อยุธยา และการนำลูกเจ้าเมืองเมืองขึ้นต่างๆในอยุธยา ก็ได้มีการประสิทธิ์ ประสาทวิชาทางการทหาร วิชาทางไสยเวชให้ทุกคน ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราญ
เพราะทางอยุธยาถือว่า นครศรีธรรมราชมีอาณาจักรกว้างขวางถึงมลายู ถือว่าเป็นที่ที่มีชาวอิสลามอยู่มากมาย การได้เชื้อสายของชาวอิสลามเองจะทำให้ปกครองกันง่าย และเจ้าเมืองที่มีเชื้อสายเจ้าเมืองไทรบุรีที่ทางอยุธยาส่งลงมาครองอยู่ที่นครศรีธรรมราชนั้นมีชื่อว่า “พระยารามราชเดโช” (หวาน) หรือที่เรียกกันว่า “นายเมือหวาน”

ซึ่ง “พระยารามราชเดโช” (หวานเมื่อมาครองเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ก็มีลูกทั้งหมดสามคนที่นับว่าเป็นเชื้อสายตรงคือ 1. ทวดหน้าศพ 2. ทวดกลาย 3. เจ้านายนอกหน้า ซึ่งคนนี้เป็นผู้หญิง
จากนั้นมีการสู้รบกับทัพกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากให้ที่พักพิงกบฏ มีการล้อมเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ ๕ จนหมดเสบียง “พระยารามราชเดโช” (หวาน) ก็จำเป็นต้องตีออก และสายสกุลบางส่วนหนีไปอยู่ “กรุงชิง” คือลูกสามคน ทวดหน้าศพ ทวดกลาย และเจ้านายนอกหน้า นำคนไปด้วยจำนวนมาก โดยไปตั้งรกรากเป็นชาวบ้านธรรมดา
แต่ทางกรุงศรีอยุธยาเห็นว่ายังมีเชื้อสายอยู่ก็เลยไม่ไว้ใจ ทางกรุงศรีอยุธยาเขาก็ตั้งเจ้าเมืองใหม่มาครองเมืองนครศรีธรรมราชแทน ติดต่อกลับไปที่เชื้อสายที่ “กรุงชิง” เพื่อสัมพันธไมตรีกับทาง “กรุงชิง”
และได้ไปขอ “เจ้านายนอกหน้า” ที่เป็นหญิงมาเป็นชายาเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชคนใหม่ หลังจากนั้น “เจ้านายนอกหน้า” ท่านได้ตั้งท้องท่านก็ยังไม่วางเรื่องความแค้น ท่านก็ได้ไปขอคลอดใกล้ๆ พี่ชาย แต่ในใจของท่านนั้นคิดว่าไม่เอาชาติพันธ์ที่มาจากรุงศรีอยุธยาไว้ พอท่านไปถึง “กรุงนาง” ท่านก็ไปกลั้นใจตาย

 

ส่วนฝ่ายพี่ทั้งสองคนคือ “ทวดหน้าศพ” และ “ทวดกลาย” เข้าใจว่าทางเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชคนใหม่ขับไล่ไสส่ง ก็เลยโกรธยกทัพมาตีกันอีกครั้ง รบกันเป็นเวลานาน ๕ วัน ๕ คืน “ทวดหน้าศพ” กับ “ทวดกลาย” ก็เสียชีวิต โดยมามีบาดแผลใดๆ จึงคิดว่าท่านน่าจะเหนื่อยจากการต่อสู่ และเป็นลมเสียชีวิต
มาวันนี้ ลูกหลานรุ่นหลังแทบจะจดจำเรื่องทวดกลายไม่ได้ ลืมไปว่าก่อนหน้านี้ไม่นาน ทวดกลาย คือ สิ่งยึดเหนี่ยวของคนแถบนี้ทั้งพี่น้องพุทธ มุสลิม โดยมีศรัทธาเป็นตัวตั้งมากกว่าการสร้างรูปเคารพที่ผิดหลักศาสนา วันนี้พี่น้องมุสลิมถอยห่างทวดกลาย เพราะผิดหลักศาสนาแต่ศรัทธายังคงมี พี่น้องพุทธใช้ทวดกลายเป็นที่พึ่งหนักไปในเรื่อง มิอันควร เห็นได้จากรูปไก่ชนรายรอบ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า ทวดกลายยังคงเฝ้ามอง และปกป้องคนแถบนี้ เสมือนว่าท่านยังมีชีวิตอยู่
ทวดกลาย ศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ คงไม่เป็นตำนานและรอยศรัทธาที่ผ่าน วันเวลา เป็นแน่แท้ หากลูกหลานทวดกลาย รักษาทรัพยากรและความดีงาม รวมทั้งปากน้ำกลายให้เป็นดังเดิม
“จระเข้ทวดกลายมาขวางคลอง ดีกว่า มีเรือและท่าเรือมาขวางมิใช่หรอกหรือ”

 

ขอบคุณข้อมูล :เพจ นครศรีธรรมราช

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *