อ ย า ก ให้อ่านมาก ผมชื่อว่า นายซื่อสัตย์ครับ

คำว่า คนซื่อสั ตย์ แสดงถึงคุณลักษณะทางบวกและคุณธรรม ความซื่อสั ตย์สุจริต ความจริงใจ และความตรงไปตรงมา พร้อมด้วยความประพฤติตรง ตลอดจนการงดเว้นการโกห ก การคดโก ง หรือการลักขโม ย เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้น ความซื่อสั ตย์ยังหมายถึงความน่าไว้วางใจ ความภักดี ความเป็นธรรมและความบริสุทธิ์ใจอีกด้วย วันนี้เลยมีข้อคิดดีๆของ ซื่อสั ตย์ มาเล่าให้ฟัง…

ซื่อสั ตย์ผู้โดดเดี่ยว “ซื่อสั ตย์” ถูก หนุ่มน้อยนามว่า “ฉลาด” ทิ้งลงทะเล ซื่อสั ตย์พยายามว่ายน้ำจนมาถึงเกาะแห่งหนึ่งเมื่อขึ้นฝั่งได้

ซื่อสั ตย์ก็นอนพักอยู่บนหาดทราย มันพยายามคิดหาวิธีที่จะกลับขึ้นฝั่งสิ่งที่ซื่อสั ตย์หวังก็คือ จะมีเรือของใครผ่านมาทางนี้บ้าง อยู่ๆ ซื่อสั ตย์ก็ได้ยินเสียงเพลงแววมาแต่ไกลมันรีบลุกขึ้นและมองไปยังต้นเสียงนั้น

มีเรือลำหนึ่งกำลังมุ่งมายังเกาะนี้ บนเรือลำนั้นมีธงผืนเล็กโบกสะบัดอยู่บนธงนั้นเขียนคำว่า “ความสุข” ที่แท้เป็นเรือของความสุขนั่นเอง ซื่อสั ตย์จึงตะโกนเรียกความสุข“ความสุข ความสุข ผมคือซื่อสั ตย์ คุณช่วยพาผมขึ้นฝั่งได้ไหม? ” เมื่อความสุขได้ยิน ก็พูดกับซื่อสั ตย์ว่า..

“ไม่ได้ๆ หากผมพาคุณขึ้นมาด้วยผมจะหมดสุข คุณดูสิ ผู้คนมากมายในสังคมยุคนี้ที่พูดความจริงแล้ว กลับไม่มีความสุข ขอโทษนะซื่อสัต ย์ผมรับคุณขึ้นมาไม่ได้!”   พูดเสร็จ ความสุขก็จากไป….
ผ่านไปสักครู่หนึ่ง “ตำแหน่ง” ก็ผ่านมา  ซื่อสั ตย์ตะโกนเรียกตำแหน่ง

“ตำแหน่ง ตำแหน่ง ผมคือซื่อสั ตย์ ผมขออาศัยเรือของคุณขึ้นฝั่งได้ไหม?” ตำแหน่งพอได้ยิน ก็รีบหันหัวเรือให้ห่างออกไป จากนั้นก็หันมาพูดกับซื่อสั ตย์ว่า..“ไม่ได้ ไม่ได้ ซื่อสั ตย์คุณจะขึ้นมาอยู่กับผมไม่ได้ คุณรู้ไหม ตำแหน่งที่ผมได้มานั้นมันยากเย็นสักเพียงใด หากผมพาคุณมาอยู่ด้วยเดี๋ยวผมก็ซว ยนะสิ เดี๋ยวผมก็จะสู ญเ สียตำแหน่ง ยังไงผมไม่ขออยู่ร่วมกับคุณ”ซื่อสั ตย์น้ำต าคลอเบ้า มองตำแหน่งที่รีบออกเรือจากไปอย่างสิ้นหวัง รู้สึกสับสนในตนเองเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่มันทำได้ ก็เพียงแค่รอ รอ และก็รอ เท่านั้น

อยู่ๆ ท่วงทำนองที่ไม่ค่อยจะเข้ากันนัก ก็แว่วดังขึ้นมา เรือลำหนึ่ง  บรรทุก “แข่งขัน” เป็นจำนวนมากผ่านมา  “ซื่อสั ตย์” จึงตะโกนเรียก
“ แข่งขัน แข่งขัน ผมขอขึ้นเรือของคุณได้ไหม ? ”  “คุณเป็นใคร คุณมีประโยชน์แค่ไหนกับพวกเรา?” แข่งขันตะโกนถามมาซื่อสั ตย์ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะเกรงว่าจะพลาดโอกาสเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาแต่ซื่อสั ตย์ก็คือซื่อสั ตย์
“ผมคือซื่อสั ตย์…..”  “ห๊า! คุณคือซื่อสั ตย์ หากพวกเรามีคุณอยู่ด้วย เราจะแข่งขันเอาชนะอะไรกับใครที่ไหนได้ ”  พูดเสร็จ ก็หันหัวเรือจากไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่..ซื่อสั ตย์กำลังสิ้ นหวังนั่งคอตก อยู่ๆก็มีน้ำเสียงอันเมตตาดังขึ้นว่า  “ลูกจ๋า ขึ้นเรือเถิด!”
เมื่อซื่อสั ตย์เงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นผู้เฒ่าผมขาว โพลนคนหนึ่งยืนอยู่บนเรือ  “ฉันคือผู้เฒ่าแห่งกาลเวลา”  “ทำไมท่านต้องมาช่วยผมครับ? ”

ซื่อสั ตย์ถามออกไปด้วยความสงสัย  “มีแต่กาลเวลาเท่านั้นที่รู้ว่าซื่อสั ตย์มีค่ามากเพียงใด”

ผู้เฒ่าแห่งกาลเวลาพูดออกไปด้วยรอยยิ้ม บนทางกลับคืนฝั่งผู้เฒ่าแห่งกาลเวลาได้พูดกับความสุข ตำแหน่ง แข่งขัน ที่ต่างก็เรือล่มอยู่กลางทะเลว่า…  เจ้าทั้งหลายจงจำไว้ หากปราศจาก คนซื่อสัตย์ แล้วความสุขจะอยู่ได้ไม่นาน ตำแหน่งที่ได้มาก็เป็นตำแหน่งจอมปลอม การแข่งขันก็มีแต่จะล้มเหลวไม่เป็นท่า

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *