พ่อตาของเขา ป่ ว ย ต้ อ ง เข้า รักษาที่ โ ร งพยาบาล

เมื่อประมาณปี พ.ศ.2534 พ่อตาผมป่ ว ย ด้วยโ ร คไต มีอาก ารบวมตามร่ างกาย และป วดตามข้อกระดูก นอนรักษ าตัวอยู่ที่โร งพยาบ าลลานนา จ.เชียงใหม่ ผมกับภรรยาได้ไปเยี่ยม และติดต่อกับทางโร งพย าบาลเพื่อขอย้ายมารักษ าต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฏ

คืนนั้นประมาณเกือบตีหนึ่ง ผมนึกขอบารมีเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพร ให้ช่วยในเรื่องการนำพ่อตาไปรักษาต่อกรุงเทพ และให้โรงพยาบาลรับ แ อ๊ ด มิ ด(คือหาห้องให้ได้) ผมขับรถออกจากเชียงใหม่ในคืนนั้น มาถึงโรงพยาบาลพระมงกุฏ เกือบบ่าย 2 โมง รอห้องจนถึง ทุ่มเศษ ก็ไ ม่มีวี่แว วว่าจะได้ เพราะห้องเต็ม ในใจก็นึกถึงเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรตลอดเวลา

จะบั งเ อิ ญหรืออย่างไรก็ไ ม่ทราบ ผมได้พบกับนายแพทย์ท่านหนึ่ง เป็นน้องชายของเพื่อนผมเข้าพอดี ได้พูดคุยกัน จ นเป็นเหตุให้ได้ห้อง ผมเ ชื่ อว่าเป็นเป็นเพราะเสด็จพ่อฯช่วย วันรุ่งขึ้น ผมนำกรอบรูปเสด็จพ่อฯมาไว้ที่หัวเตียงของพ่อตาที่โ รงพย าบาล โดยไ ม่ได้บอกพ่อตาเพราะกำลังหลับ คืนนั้นประมาณ ตี 1 พ่อตายันตัวลุกขึ้นนั่ง ถ อ ดเสื้อผ้ าออกหมด เนื่องจากมีอาการร้อนทุ รน ทุ รา ย และป ว ดตามข้อกระดู ก นึกในใจว่าต ๅยเป็นต ๅย สักพักพ่อเ ห็ นแสงสว่างวาบมาที่หัวเตียง พ่อบอกว่าเ ห็ นพระอ ะไ รก็ไ ม่รู้ มีพวงมาลัยแขวนไว้ที่ไหล่ งดงามม าก หลับตาก็เห็ น ลืมตาก็เห็ น จึงยกมือก้มกราบ รู้สึกสื่อในใจมาว่า เชื้ อโ ร คร้ ๅยในกายถ้าเรา ชนะ มันเราก็หาย ถ้า แ พ้ มันเราก็ต ๅย จะรับไว้เป็นลูกน้อง คนหนึ่ง ต่อไปให้ภาวนา พุทโธ จำไว้ พุทโธ คือคำนำ

 

 

พอจบสื่อใจ พ่อมีอาการเย็นวูบไปทั้งตัว อาการป ว ดข้อกระดู กห ายไปโดยสิ้นเชิง ยังความรู้สึกตื่นเต้นเป็นล้นพ้น รีบเรียกคนเฝ้า คือ แม่ยายและหลานสาว ให้ลุกขึ้นมาฟังเรื่ องรา วที่เกิดขึ้นทั้งหมด

รุ่งเช้าผมแวะไปเยี่ยมพ่อ ได้รับฟังเรื่ องราวดังกล่าว พ่อบอกว่าพระเจ้าที่มาเมื่อคืนไ ม่รู้ว่าเป็นพระที่ไหน ไ ม่เคยรู้จัก ผมจึงชี้ไปที่พระรูปหัวเตียง พ่อมองตามพร้อมกับตกตะลึง กล่าวว่า พระองค์นี้แหละที่มาช่วยเมื่อคืน แล้วมีพวงมาลัย(ผมซื้ อถวายแขวนไว้ที่กรอบรูป) เหมือนกับที่เห็ นเมื่อคืนเลย นี่คือประสบการณ์จ ริ งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผมในครั้งนั้น ผมจะไ ม่มีวันลื มในพระกรุณาเมตตาของเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพร ไปตลอดชีวิ ต

 

ขอบคุณที่มา พลังจิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *