เผ ยเหตุผลที่ เอาลูกเนียงไป ฝั งในทรายให้มีหน่อ แล้วค่อยกิน

ลูกเนียง (Luk-Niang) หรือเรียกว่าเนียงหรือต้นเนียง
เป็นพืชอยู่ในตระกู ลถั่ว เป็นต้นไม้พื้นบ้านในภาคใต้ของไ ทย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง
ต้นเป็นทรงพุ่มทึบ ลำต้นมีลักษณะกลมๆ มีกิ่งก้านปกคลุม

เปลือกมีสีน้ำตาลอมเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น มีลักษณะทรงรีเรียว มีสีเขียว
ดอกออกเป็นช่อ อยู่รวมกันเป็นกระจุก มีลักษณะฝอยเล็กๆ กลีบดอกมีสีขาว
มีโคนดอกติดกันเป็นหลอด ดอกจะออกปลายยอดกิ่ง
ผลเป็นฝัก ฝักมีลักษณะแบน เป็นเกลียวไปทางเดียวกัน

 

 

ฝักดิบสีเขียว ฝักแก่สีน้ำตาล มีเมล็ดอยู่ข้างในฝัก ไ ม่เกินยี่สิบเมล็ดต่อฝัก
เมล็ดมีลักษณะกลมป้อม คล้ายเมล็ดถั่วสองซีกประกบกัน เมล็ดมีเปลือกแข็งสีน้ำตาลคล้ำ หรือสีน้ำตาลอมม่วง มีเปลือกอ่อนติดเมล็ดสีนวล

มีรสช าติฝาดมันกรอบ มีกลิ่นฉุ นแร ง เป็นต้นไม้พื้นบ้านในภาคใต้ของไทย
จะปลูกกันมีหลายสายพันธุ์ ได้แ ก่ ลูกเนียงดาน ลูกเนียงข้าว ลูกเนียงนก ลูกเนียงหูช้าง

เมล็ด อยู่ข้างในฝักแ ก่ เปลือกเมล็ดมีสีดำ มีลักษณะรูปทรงกลมรี เมล็ดแ ก่ใหญ่แข็ง มีสีน้ำตาล

ประโยชน์และสรรพคุณลูกเนียง

มีโปรตีน มีวิตามินเอ มีวิตามินซี มีแคลเซียม มีวิตามินบี2 มีวิตามินบี3 มีวิตามินบี1 มีธาตุเหล็ก
มีแมกนีเซียม มีคาร์โบไฮเดรต มีเส้นใย มีพลังงาน มีไขมัน มีฟอสฟอรัส มีเบต้าแคโรทีน มีกรดโฟลิค มีกรดอะมิโน

ใบช่วยรั กษาโ ร คผิวหนัง เปลือกหุ้มเมล็ดช่วยป้องกันโ ร คเ บาหว าน

ข้อร ะวั ง ลูกเนียงมีกรดเจ็งโคลิค เป็นกรดที่มีกำมะถันสูง
ผู้ที่เป็นโ ร คไต ควรร ะวั งในการรับประทาน

 

 

วิ ธีการล ดพิ ษให้น้อยลงคือ นำเมล็ดไปเพาะในทราย ให้มีหน่อต้นอ่อนงอกออกมา
หรือนำเมล็ดไปต้มให้สุก หรือหั่นชิ้นบางๆ แล้วนำไปตากแดดก่อนรับประทาน

ขอบคุณ THAIFOOD

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *